บทที่ 11 คำขอที่ปฏิเสธไม่ได้

"ไงเรา มานั่งทำอะไรตรงนี้ล่ะ"อีริคแวะทักบลูโน่ที่ถูกล่ามเอาไว้ตรงบันไดทางขึ้น มันเงยหน้าขึ้นมองเขาตาละห้อย เขาจึงสั่งให้คนปลดเชือกล่ามคอมันส่งให้เขา

"ถ้าเหงาก็ไปนอนห้องฉันก็แล้วกัน"มันฟังราวกับเข้าใจพอบอกแบบนั้นจึงลุกตามเตาะแตะเดินขึ้นบันไดตามไปด้วย เขาปล่อยมันนอนอยู่ในห้อง ตัวเองก็สอดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนหนา ทันใดนั้นเองบลูโน่ก็กระโดขึ้นมานอนหนุนท่อนขาเขาเอาไว้ ครั้งแรกตั้งใจจะสะบัดออกด้วยความไม่คุ้นเลย แต่พอเห็นสายตาของมันแล้วจึงยอมปล่อยเฉย

"แกตัวเดียวนะที่ได้ขนาดนี้"เขาพลิกตัวนอนตะแคงข้างหลับตาลง เสียงกุกกักในห้องทำให้เขาตื่นขึ้น

"อะไร?"

"งื้อ งี๊ด งี๊ด"ไอ้บลูโน่ร้องครางอยู่หน้าประตู เขาถอนหายใจเล็กน้อย

"รู้แล้วน่า นายแกสอนไม่สอนบ้างหรือไงว่าไม่รบกวนคนอื่นเวลานอนน่ะ จุ้นเหมือนกันชิบหาย"เขาบ่นเบาๆ เข้าใจดีว่ามันจะขอออกไปทำธุระส่วนตัวของมันด้านนอก

"ไปออกไป"เขาปล่อยมันออกจากห้อง ส่วนตัวเองก็กลับไปทำกิจวัตรของตนเองจนเรียบร้อย

"ตื่นแล้วหรือครับ"ทอมเดินนำเอาหนังสือพิมพิืไม่ต่ำกว่าหกฉบับวางลงบนโต๊ะนอกระเบียงกว้างให้ พร้อมกับอาหารเช้า

"อาการหมอนั่นล่ะ"

"ทรงตัวครับ นี่หมอเกรย์ให้น้ำเกลือเพิ่มอีก หมอบอกว่าอย่างน้อยต้องอีกสองถุงครับ"

"อืม"ข่าวการบุกถล่มของพวกไอ้เชนลงข่าวหน้าหนึ่งอีกครั้ง พวกมันยกแก้งเข้าถล่มกับแก้งค์ของแฟรงค์กี้จนคนบาดเจ็บและตายไม่น้อย

"พวกมันมีอะไรดีถึงไม่กลัวกฏหมาย"เขาถามทอมโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพิ์

"สายของเราบอกว่า อธิบดีเติ้งได้รับส่วนแบ่งต่างๆไม่น้อยครับดังนั้นเรื่องหลับตาข้างหนึ่งจึงเป็นเรื่องปรกติ"

"คนของเรายังไม่ได้หลักฐานอีกหรือ"

"ยังครับนาย เข้าออกห้องของคนใหญ่โตขนาดนั้นค่อนข้างยาก อีกทั้งเลขาหน้าห้องของเขาก็ยังเป็นเมียน้อยอีกด้วย การช่วยกันปกปิดความผิดยิ่งเป็นเรื่องง่าย"

"ถ้าเจโลหายให้ขึ้นมาหาฉันด้วย"

"ครับนาย"เขาไล่อ่านเนื้อหาใจความไปจนหมดทุกเล่ม ก่อนจะให้ทอมนำรถออกเพราะเขาจะไปหาคนๆหนึ่ง

"ผู้พิพากษาอู๋"

"สวัสดีครับคุณอีริค อุตส่าห์มาหาผมถึงที่ทำงานมีอะไรให้ช่วยเหลือหรือครับ"

"แค่มาเยี่ยมเยือนเท่านั้นเองครับ เราสองคนคบค้ากันมาพอสมควรช่วงนี้ผมว่าง เลยอยากจะชวนไปทานอาหานฝรั่งเศสเจ้าอร่อยเสียหน่อย มื้อนี้ผมดูแลเองครับ"เขาบอกยิ้มๆ

"เกรงใจไปแล้วครับ แค่คุณมาเยี่ยมผมก็นับว่าเป็นเกียรติมากแล้ว"

"เรื่องเล็กน้อยครับ นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้วคุณสะดวกหรือเปล่า"

"แน่นอนครับ"ผู้พิพากษาอู๋รีบเก็บของแล้วเชิญให้อีริคเดินนำออกไป ร้านอาหารขึ้นชื่อแต่ราคาไม่ธรรดา ดังนั้นจึงมีคนค่อนข้างจะบางตา นั่งกระจายกันตามโต๊ะต่างๆ

"เชิญครับ"โต๊ะที่พวกเขานั่งได้ถูกจองเอาไว้แล้ว พอพวกเขานั่งอาหารจานแรกก็ถูกเสริฟ์ขึ้นโต๊ะทันที

"ลองทานดูสิครับ"อีริคเชิญให้ผู้พิพากษาลองชิมดู เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน เขาจึงเอ่ยปากถึงเรื่องข่าวของพวกเชน

"เรื่องนั้นผมเองก็ค่อนข้างลำบากใจ ในเมื่อไม่มีใครเป็นโจกย์ฟ้องก็ไม่รู้จะเอาผิดได้ยังไง"

"ผมว่าคุณอู๋ก็รู้ดีอยู่แล้วว่าเรื่องนี้ใครอยู่เบื้องหลัง"

"อันนี้ผมรู้ครับ แต่จะให้ผมทำยังไง"

"อ้อ จริงสิมีเรื่องนึงผมจะรบกวนคุณอู๋มากไปหรือเปล่า"

"บอกมาเถอะครับถ้าไม่เกินไปผมก็ยังช่วยเหลือได้"

"ไม่มากหรอกครับ ผมรู้ว่าคุณพอจะสนิทสนมกับผู้ช่วยเหิงเลยอยากจะให้ช่วยดันคนของผมซักหน่อย"

"ใครหรือครับ ผมพอจะรู้จักหรือเปล่า"

"เขาชื่อ เจโล เป็นตำรวจสืบสวนกลางครับ คนนี้ดันเท่าไหร่ก็ไม่ขึ้นเพราะดื้อเหลือเกิน ที่ผมคอยช่วยเหลือเขาก็เพราะเป็นบุณคุณกันอยู่ไม่น้อย ยังไงซะเรื่องตอบแทนก็ควรทำไม่ใช่หรือครับ"

"เป็นเรื่องถูกต้องจริงๆครับ แล้วตำแหน่งที่คุณอยากให้เขาทำคือตำแหน่งอะไร"

"ให้เป็นเลขาอีกคนของอธิบดีเติ้ง จะยากไปหรือเปล่าครับ"อีริคยิ้มน้อยๆ สายตาไม่ละไปจากใบหน้าเหี่ยวๆนั่นสักนิด แน่นอน คำขอร้องนี้ยากที่จะเลี่ยงเลี่ยงเพราะเขาเองกินนอกในได้เงินใต้โต๊ะจากอีริคไม่น้อย ถึงจะไม่โดยตรงแต่ก็นับว่ามาจากเขา

"ผมไม่มั่นใจ"ผู้พิพากษาอู๋ทำหน้าลังเล

"ผมว่าคุณมั่นใจดีว่า อาการช่วงนี้กำลังจะเข้าหน้าหนาวน้ำในอ่าวคงเย็นน่าดู"อีริคสบตาหวาดกลัวด้วยดวงตาข่มขู่

"ครับๆ เรื่องนี้ไม่น่ามีปัญหา"

"แหมผมขอบคุณคุณมากจริงๆที่ให้ความช่วยเหลือ อ้อจริงสิ พอดีผมได้ไวน์ Penfolds Grange Hermitage มายังไงตอนเย็นจะให้เด็กเอาไปส่งให้ที่บ้านนะครับ"เขายิ้มน้อยๆแล้วลุกขึ้น ขยับสูทตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะขอตัวกลับ

"มีใครโทรมาบอกหรือยังว่าอาการของเจโลเป็นยังไงบ้าง"

"หมอเกรย์โทรมาบอกแล้วครับว่าตอนนี้ปลอดภัยแล้ว แต่ยังนอนอยู่เพราะอ่อนเพลียมาก"

"อืมดูแลเขาให้ดีล่ะ อ้อเจ้าหมานั่นอีก ให้คนคอยดูแลมันด้วย ยังไม่ต้องกลับไปที่บ้าน ฉันจะไปหาวิเวียน"

"ครับนาย"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป